Aquaman and the Lost Kingdom

เรื่องย่อ Aquaman and the Lost Kingdom

เรื่องราวในภาคนี้จะเล่าต่อจากบทสรุปของภาคที่แล้ว หลังจากที่ เดวิด เคน แบล็กแมนตา ได้พ่ายแพ้ในการต่อสู้กับ อาร์เธอร์ เคอร์รี อควาแมน ราชาแห่งแอตแลนติส และพ่อของลูกชาย ด.. อาร์เธอร์จูเนียร์ ที่เกิดกับ เมรา อีกต่างหาก แต่ด้วยรอยแค้นจากการสูญเสียพ่อที่ยังไม่จางหาย แบล็กแมนตาจึงพยายามกลับมาเพื่อหวังจะทำลายเมืองใต้น้ำแอตแลนติส และทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของอควาแมนให้สิ้นซาก ราชาแห่งเจ็ดคาบสมุทรอย่างอควาแมน จึงต้องเดินทางไปตามหา ออร์ม น้องชายต่างพ่อที่โดนคุมขังเอาไว้ในอาณาจักรดีเซอร์เทอร์ ใต้ทะเลทรายซาฮารา ร่วมกันออกผจญภัยไปยังอาณาจักรแห่งสุดท้ายที่หายสาบสูญ เพื่อร่วมกันหยุดภัยร้ายที่จะทำลายครอบครัวของเขา อาณาจักรแอตแลนติส โลกใต้สมุทร และโลกทั้งใบเอาไว้ให้ได้

Aquaman and the Lost Kingdom

รีวิวหนัง Aquaman and the Lost Kingdom

โดยภาพรวมในภาคนี้ ต้องเรียกได้ว่าทั้งวานและทีมงานเองค่อนข้างรู้ชัดเจนแหละว่า ภาคที่แล้วประสบความสำเร็จได้อย่างไร โดยเฉพาะการที่หนังนั้นมีจุดแข็งที่แตกต่างจากซูเปอร์ฮีโร DC เรื่องอื่น ๆ ทั้งการเสิร์ฟความบันเทิงสไตล์หนังป๊อปคอร์นแบบครบรส ทั้งมุกตลก Mood และงานสร้างที่มีความแฟนตาซีติดเพี้ยนนิด ๆดราม่าครอบครัว

จังหวะสยองขวัญ แอ็กชันหนัก ๆ ฉากสงครามตื่นตา เมืองแอตแลนติสสุดอลัง ไม่ต้องดูหนัง DC เรื่องอื่นมาก่อนก็เข้าใจ ที่สำคัญคือ เป็นหนังที่ไม่ต้องเก๊กหรือซีเรียสเพื่อทำเท่ แต่เป็นหนังที่ถ้าอยากเท่ก็เท่ได้ แต่ถ้าอยากลิเกก็เอาเรื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้แหละคือสิ่งที่คนดูชอบในภาคแรก ตัวหนังก็เลยหยิบเอาจุดแข็งเหล่านั้นมาเป็นแม่แบบให้กับภาคนี้ด้วย

Aquaman and the Lost Kingdom

แต่ก็ยังเห็นได้ถึงการเปลี่ยน Vibe ต่าง ๆ ให้เหมาะกับภาคนี้ด้วย ทั้งการเพิ่มมิติและบริบทของเส้นเรื่องที่เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมของโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะวิกฤติโลกร้อน สภาวะภูมิอากาศแปรปรวน ซึ่งเป็นผลจากสิ่งที่เกิดขึ้นจากท้องทะเล ที่เพิ่มมาได้ในระดับที่พอดีและไม่ได้รู้สึกยัดเยียด

แต่อาจจะไม่ได้มีการขยี้ต่อให้ดูน่ากลัวจนขนลุก อีกจุดที่ปรับอย่างชัดเจนก็คือ การปรับให้ภาคนี้มีความเป็นหนังแนวคู่หูผจญภัยในอดีต ฝั่งพี่ก็เน้นโบ๊ะบ๊ะ ฮาบ้างแป้กบ้าง ระหว่างทางก็ต้องเจอกับความเพี้ยน และจังหวะสยองขวัญที่เข้มข้นขึ้นกว่าในภาคแรก อีกสิ่งที่ชัดเจนก็คือ การมีบทบาทเพิ่มของบรรดาตัวละครสมทบในภาคที่แล้ว

Aquaman and the Lost Kingdom

โดยเฉพาะวิลสัน ที่ในภาคนี้จะเริ่มมีบทบาทเป็นชิ้นเป็นอันชัดเจน โดยเฉพาะการรับบทน้องต่างพ่อที่ยังคงมีปมไม่ยอมรับพี่ชายของตัวเอง และรวมถึงการรับบทเน้นมุกหน้าตายที่ได้ฮาอยู่เหมือนกันนะ อีกจุดก็คือ การเพิ่มฉากแอ็กชันแรง ๆ เยอะขึ้นมาก คือถ้าภาคที่แล้วเน้นสมรภูมิใต้น้ำ ภาคนี้ก็หันมาเน้นแอ็กชันตัวต่อตัวภาคพื้นดินมากขึ้น ก็เลยจะได้เห็นคู่หูรุมอัดศัตรูแบบแรง ๆ มากขึ้น

ในขณะที่ซีนสงครามใต้น้ำก็ยังถือว่าทำออกมาได้น่าติดตามและอลังการ เพียงแต่อาจจะไม่อลังและจัดเต็มเท่าภาคแรก แต่ที่โดนลดแน่ ๆ ก็คือบทบาทราชินีเมรา ของเจ๊ แอมเบอร์ เฮิร์ด ที่แต่ก็เป็นไปตามที่วานเคยให้สัมภาษณ์ว่าในภาคนี้เมราจะถูกลดความสำคัญ เพื่อไปโฟกัสที่อควาแมนและออร์มเป็นหลัก ซึ่งเอาจริง ๆ ก็ยังถือว่ามีซีนให้เห็นอยู่พอสมควรแหละ

Aquaman and the Lost Kingdom

แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ด้วยกระบวนการหลังบ้าน ทั้งถ่ายซ่อม แก้บท หรือตัดต่อใหม่ หรืออะไรก็ตามแต่ ก็เลยทำให้เมราในภาคนี้ไม่ได้มีเส้นเรื่องและบทบาทเป็นของตัวเองสักเท่าไหร่ ออกแนวเป็นคนเบื้องหลังคอยซัปพอร์ตพระเอกมากกว่า ผู้เขียนแอบจับความรู้สึกได้ว่า หลาย ๆ ซีนที่ถูกแก้ออกไปนี่คือเข้ามาเป็นต้วแก้ ตัวพลิกสถานการณ์ให้กับอควาแมนเลยด้วยซ้ำ

แต่ในอีกมุมก็อาจมองได้ว่ามันแทบจะถอดแบบมาจากภาคแรกจนขาดความสดใหม่ไปเลย หรือถ้าเอาแบบตรง ๆ ก็คือตัวหนังก็ยังมีความกินบุญเก่าจากภาคที่แล้วเยอะพอสมควร อาศัยแค่การปรับโทนบางอย่างเพิ่มขึ้นและเอาบางอย่างออกเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาอย่างชัดเจนก็คือการตัดต่อ

Aquaman and the Lost Kingdom

ซึ่งการตัดต่อ ก็คงหนีไม่พ้นด้วยเหตุผลเพราะต้องการกั๊กตัวละครบางตัวเอาไว้ ไม่รู้ว่าบทหนังดั้งเดิมจะออกมาเป็นแบบไหนนะครับ แต่ผู้เขียนเชื่อลึก ๆ ว่าตัวละครนี้แต่เดิมน่าจะมีบทบาทในระดับหนึ่งแหละ แต่ด้วยดราม่าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทีมงานก็เลยต้องงัดกระบวนท่าเพื่อให้ตัวละครนี้ยังอยู่ในฐานะตัวละครสมทบที่มีบทพูดเท่านั้นเอง

ทั้งดราม่าครอบครัว หรือชะตากรรมของแอดแลนติส ที่ถ้าเพิ่มตรงนี้ได้ก็จะเพิ่มความมีหัวใจให้กับหนังขึ้นมาได้เลย แต่สุดท้ายตัวหนังก็เลยเต็มไปด้วยอารมณ์แห้ง ๆ จะสุขก็ไม่สุด ดราม่าก็กึ่ง ๆ เป็นบทสรุปที่จบแล้วก็จบกันไป ไม่สามารถสร้างหรือทิ้งค้างความรู้สึกประทับใจ ซึ้ง ฮา หรือผูกพัน เสียดายอยากให้มีภาค 3 ฯลฯ เอาไว้ได้เป็นชิ้นเป็นอันและไปได้สุดเหมือนอย่างที่ภาคแรกเป็นได้มากนัก รวมถึงละครบางตัวจากภาคแรก

Aquaman and the Lost Kingdom

ที่แม้ว่าจะมีบทบาทเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับไม่ได้มีมิติที่น่าสนใจเท่าที่ควร รวมทั้งบทบางจุดที่แอบขี้โกงให้ผ่านไปได้แบบเล่นง่ายไปหน่อย แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม แม้หนังเรื่องนี้จะน่าเป็นห่วงในแง่ด้านพล็อต รวมถึงยังประสบปัญหาแบบเดียวกับตอน ‘The Flash’ ที่จริง ๆ แล้วตัวหนังโอเคเลย แต่ด้วยดราม่าประเด็นกฏหมายของนักแสดงที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจยอมเสียเงินค่าตั๋ว

การดูหนังเรื่องนี้ในโหมดบันเทิงก็ยังนับว่าไม่ถึงกับผิดหวังนะครับ ถ้ามองในแง่หนังภาคต่อ ภาคนี้อาจไม่ได้สนุก ว้าว เพอร์เฟกต์ แบบภาคแรก ถ้ามองในแง่ของการเป็นภาคสุดท้าย และหนังเรื่องสุดท้ายของจักรวาล DCEU ก็อาจจะดูแห้ง ๆ จนไม่ใช่หนังภาคสุดท้ายที่จบแบบอิ่ม ๆ แต่ผู้เขียนเชื่อว่า นี่จะเป็นหนังที่ฝั่งคนดูจะชอบมากกว่านักวิจารณ์

Aquaman and the Lost Kingdom

เป็นหนังแกล้มป๊อปคอร์นที่คนดูจะชอบในความจัดจ้านด้านบันเทิงครบรส ทั้งมุกตลก ฉากอลังการ แอ็กชันแรง ๆ ความบ้าพลังแบบ เจสัน โมโมอา ความเท่+ตลกหน้าตายแบบ แพตทริก วิลสัน ที่ยังมีอะไรให้ดูได้เพลิน ๆ ถ้าไม่ได้คาดหวังอะไรมากจนเกินไป

Aquaman and the Lost Kingdom

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง

  • ชื่อเรื่อง : Aquaman and the Lost Kingdom
  • ประเภท: ผจญภัย / แฟนตาซี / แอคชั่น
  • ผู้กำกับ: เจมส์ วาน
  • นำแสดงโดย: เจสัน โมมัว, แพทริค วิลสัน, แอมเบอร์ เฮิร์ด,
  • ความยาว: 2 ชั่วโมง 04 นาที
  • กำหนดฉายในไทย: 19 ธันวาคม 2023

Aquaman and the Lost Kingdom

ตัวอย่างหนัง Aquaman and the Lost Kingdom