Ju on origins

เรื่องย่อ Ju on origins เล่าเรื่องตั้งต้นมาตั้งแต่ช่วงปลายยุค 80s เรื่อยมาจากถึงปลายยุค 90s แน่นอนเราจะได้เห็นวัฒนธรรมวินเทจๆ ของญี่ปุ่นช่วงเวลานั้น ที่ทีมงานเก็บรายละเอียดค่อนข้างน่าพอใจเลยทีเดียว ฉบับซีรีส์นี้จะเน้นโฟกัสไปที่ตำนานคำสาปของบ้านที่เป็นแหล่งกำหนดความอาฆาตแค้นทั้งหมด ด้วยระยะเวลาที่ไม่ยาวนานมากนักของซีรีส์ จึงเป็นประสบการณ์ดูซีรีส์ที่กำลังกระชับพอดี มีปิดตา ร้องกรี๊ดให้กับหลายๆ ฉาก ดังนั้นจึงได้เวลาที่เราจะทำชำแหละประเด็นเด่นๆ ของซีรีส์ Ju-On: Origins เรื่องนี้กัน เพราะอะไรตำนานนี้จึงยังนำมาสร้างใหม่ๆ อยู่เรื่อย และกำเนิดความแค้นมาจากตรงไหน รวมทั้งเรื่องผีเรื่องนี้น่าจะกลายเป็นจักรวาลจู-ออนที่จะมีการสร้างออกมาอย่างไม่มีที่สุดสิ้นเลยก็เป็นไปได้ รีวิวซีรีส์ Ju on origins จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้คือความไม่เยิ่นเย้อของเนื้อเรื่อง เข้าสู่ประเด็นตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มฉาย อีกทั้งยังสอดแทรกเนื้อหาเข้าไปในสถานการณ์ต่างๆ ได้หลอนมีจังหวะและลงตัวได้กำลังพอดี คนดูอาจจะมองเห็นเส้นเรื่องบางๆ ที่กั้นได้ระหว่างการปูพรมเรื่องราวในช่วงครึ่งแรก และเข้าไปสู่แนวทางที่จริงจังกับการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง อีกทั้งจะเห็นได้ว่าในหลายๆ ฉากของซีรีส์ ได้เล่นกับเหตุการณ์สำคัญในแต่ละช่วงเวลา และยังเป็นการสะท้อนปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น เช่น เหตุฆาตกรรมและลักพาตัวเด็กหลายกรณีในปี 1988 หรือ เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่โกเบ และ เหตุโจมตีโตเกียวเมโทรด้วยแก๊สพิษ ที่เกิดขึ้นในปี 1995อ่านต่อ

Fubar

เรื่องย่อ Fubar เรื่องราวของ FUBAR จะเล่าถึง ลุค บรันเนอร์ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ เจ้าหน้าที่มือพระกาฬของ CIA ที่ทำงานมายาวนานหลายสิบปี ก็ได้เวลาปลดเกษียณ วางมือจากเรื่องวุ่นวาย และกลับไปหา “เอ็มม่า” โมนิกา บาร์บาโร ลูกสาวของเขา และหมายมั่นว่าจะใช้ชีวิตสงบๆในบ้านเล็กๆ รอดูลูกสาวเติบโต ออกเรือนไปใช้ชีวิต แต่ว่างาน CIA ของเขายังไม่ยอมจบ เมื่อสายลับโค้ดเนม “แพนด้า” ถูกจับตัวในแดนข้าศึก และทำให้ ลุค ต้องกลับมารับงานนี้ …งานที่ดูเหมือนโคตรง่าย แต่ความจริงแล้ว มันไม่ง่าย รีวิวซีรีส์ Fubar ภาพยนตร์แนวต่อสู้ที่ป๋าอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์กลับมารับบทอีกครั้ง ภาพยนตร์แนวต่อสู้นั้นเป็นภาพยนตร์ที่นักแสดงจะต้องเค้นพลังการแสดงออกมาอย่างเต็มที่ เพราะมันไม่ใช่ภาพยนตร์ที่มีการถ่ายทำง่ายเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นฉากการถ่ายทำที่ส่วนใหญ่แล้วก็ต้องอาศัยการบุกตะลุย ฉากการต่อสู้แต่ละฉากที่ต้องใช้แรงและกำลัง ยังไม่รวมไปถึงการท่องจำบท การต้องจำตำแหน่งยืนในแต่ละฉาก ทุกอย่างนั้นล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความยากลำบากทั้งสิ้น ดังนั้นภาพยนตร์แนวต่อสู้ส่วนใหญ่ผู้ที่มารับบทนั้นจึงเป็นวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน แต่มีนักแสดงดาวดังระดับตำนานของ HOLLYWOOD อยู่คนหนึ่งที่อายุไม่สามารถมาเป็นตัวกำหนดกะเกณฑ์ในการเล่นภาพยนตร์แนวต่อสู้ของเขาได้แต่อย่างใด และเขาคนนั้นก็คืออาร์โนลด์อ่านต่อ

The Lincoln Lawyer

เรื่องย่อ บอกเล่าเรื่องราวของ อดีตคู่หูทนายความของเขาถูกฆ่าตายจากการว่าความในคดีหนึ่ง มิกกี้ ฮอลเลอร์ ซึ่งวางมือจากการเป็นทนายมานานเพราะปมปัญหาในอดีตจึงต้องกลับมารับว่าความต่อแทนเพื่อน ซึ่งมีตั้งแต่คดีเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงการไต่สวนคดีฆาตกรรมที่สังคมจับตามอง ฮอลเลอร์ หรือฉายาทนายความเจ้าของรถลินคอล์นจะได้พบว่าการกลับมากู้อาชีพของเขาคืนอาจมีเดิมพันสูงกว่าที่เขาคิดไว้ รีวิวซีรีส์ ไมเคิล มิกกี้ ฮอลเลอร์ Michael Mickey Haller เป็นตัวละครจากหนังสือนิยายแนวสืบสวนของ ไมเคิล คอนเนลลี Michael Connelly หลังจากที่คอนเนลลีประสบความสำเร็จในการสร้างตัวละครตำรวจแอลเอคู่บุญของเขาอย่าง แฮร์รี บอส์ช Harry Bosch มาตั้งแต่ปี 1992 แล้ว ฮอลเลอร์ก็นับเป็นตัวละครตัวที่ 2 ที่อยู่ในจักรวาลเดียวกันและมีบทนำในฐานะทนายความแก้ต่างมืออาชีพในหนังสือของตัวเองนับตั้งแต่เรื่อง ‘The Lincoln Lawyer’ ในปี 2005 เป็นต้นมา โดยสร้างความเกี่ยวดองไว้เป็นพี่น้องคนละแม่กับบอส์ชด้วยความสนุกของนิยายชุดทนายความของฮอลเลอร์ มาจากบุคลิกที่น่าจดจำของเขา ฝีปากและลวดลายในการว่าความที่เฉียบแหลมเจ้าเล่ห์ มีเ สน่ห์ แต่ก็ไม่ได้ดูไร้จุดอ่อนจนไม่ร่วมลุ้นไปด้วย นิสัยที่ชอบคบหาคนหลากหลายประเภทและหน้าที่การงานของเขายังมักเชื้อเชิญให้เขาพบคนหลอกลวง พวกที่ไม่น่าไว้ใจอ่านต่อ

Squid Game: The Challenge

เรื่องย่อ Squid Game: The Challenge บอกเล่าเรื่องราวของ เกมโชว์ที่นำรูปแบบรายการมาจากซีรีส์เกาหลี สควิชเกม เล่นลุ้นตาย เกมสุดโหดที่ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียวจากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 456 คน สองปีที่แล้วสร้างกระแสตอบรับถล่มทลาย โด่งดังไปทั่วโลก ทั่วร้านตลาดต่างพากันขายชุดสีชมพูของกรรมการจอมโหด ชุดวอร์มสีเขียวติดเบอร์ของผู้เล่น และหลายบ้านฝึกทำน้ำตาลแผ่นพร้อมแกะเป็นรูปทรงเรขาคณิต เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักเพลงโกโกวา ยิ่งไปกว่านั้นซีรีส์ยังปังขั้นสุดด้วยการเข้าชิงรางวัลเอมมี่อวอร์ดมากถึง 14 รางวัลและคว้ากลับบ้านไปถึง 6 รางวัลทีเดียว นี่ยังไม่รวมรางวัลจากเวทีดังๆ ช่างเป็นเงินรางวัลที่สูงที่สุดในการเกมโชว์ที่เคยมีมาเลย ว่าแต่เกมโชว์เรียลลิตี้นี้ สนุก! ลุ้นมันส์หยด! เทียบกับซีรีส์ต้นฉบับได้มากน้อยแค่ไหน ไปติดตามกับรีวิวนี้กันเลยค่ะ รีวิวซีรีส์ Squid Game: The Challenge ในเรียลลิตี้ก็ยังคงประเด็นสำคัญของซีรีส์ คือต้องการให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนแสดงสันดานดิบออกมาต่อสู้ห้ำหั่นกันดุเดือดได้นำเกมจากซีรีส์มาเล่นสองเกมคือ เกม A E I O U และเกมแกะน้ำตาลแผ่น แต่ความโหดหิน หน่วงหนึบละสายตาไม่ได้ เทียบชั้นกับซีรีส์แทบไม่ได้เลย การดำเนินเกมบางครั้งค่อนข้างเอื่อย ไม่ชวนให้ลุ้นสุดติ่ง อาจจะเป็นเพราะพอเดาได้ว่าเกมทั้งสองเล่นยังไงเลยไม่ค่อยตื่นเต้นอ่านต่อ

Monarch: Legacy of Monsters

เรื่องย่อ Monarch: Legacy of Monsters เป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างก็อตซิลลาและเหล่าไททันในเมืองซานฟรานซิสโก โลกได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของสัตว์ประหลาดยักษ์จนเกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมขึ้นหลายด้าน ‘Monarch: Legacy of Monsters’ จะเล่าเรื่องราวของ เคต ที่ออกเดินทางมาประเทศญี่ปุ่นเพื่อตามหาเบาะแสเกี่ยวกับพ่อของเธอที่หายตัวไป แต่ที่นี่เธอกลับได้พบความลับของพ่อทั้งในเรื่องครอบครัวและชีวิตการทำงาน จนทำให้รู้ว่าตัวเธอและครอบครัวนั้นเกี่ยวพันกับเหล่าสัตว์ประหลาดรวมถึงองค์กร Monarch มากกว่าที่คิด รีวิวซีรีส์ Monarch: Legacy of Monsters เลือกดำเนินเรื่องด้วยการเล่าแบบสลับช่วงเวลาใน 3 ยุค ซึ่งทำออกมาได้ดีและมีความกลมกลืน ไม่ทำให้เราสับสน เนื่องจากซีรีส์เลือกโฟกัสไปที่กลุ่มตัวละครหลักเพียงไม่กี่ตัว ทำให้เราได้รู้จักกับพวกเขาทีละนิดไปพร้อมกับเรื่องราวในอดีตที่ค่อย ๆ เปิดเผยออกมาทั้งในส่วนของความสัมพันธ์ของตัวละคร การเดินทางตามหาเบาะแสของเหล่าไททัน รวมถึงเหตุการณ์ที่พวกเขาได้เผชิญในช่วงเวลานั้น สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือซีรีส์เลือกเล่าผ่านมุมมองของมนุษย์ ทำให้เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ น่ากลัว ของเหล่าสัตว์ประหลาดยักษ์ในแบบที่สมจริง มุมกล้องในฉากเดียวกันกับภาพยนตร์แต่ซีรีส์เลือกเล่าคนละมุมมองก็ทำให้อารมณ์เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจเลยทีเดียว สิ่งที่ ‘Monarch: Legacy of Monsters’ นำเสนอออกมาอย่างเรียบง่ายแต่ทำให้เราเข้าใจโลกหลังเหตุการณ์ G-Day (เหตุการณ์ที่โลกรับรู้การมีอยู่ของก็อตซิลลาและเหล่าไททัน) อีกอย่างก็คือ การแทรกสัญลักษณ์ต่างอ่านต่อ

Fatal Seduction

เรื่องย่อ Fatal Seduction เป็นเรื่องราวของ นานดิ อาจารย์สาวใหญ่ที่สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ได้ออกไปปล่อยตัวปล่อยใจกับเพื่อนสาวในทริปช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ก่อนที่เธอจะได้พบกับหนุ่มทรงเสน่ห์ ที่อายุรุ่นราวคราวลูกของเธอ และแรงปรารถนาและความใคร่ได้นำพาไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เกินกว่าคาดขึ้น ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเโศกนาฏกรรมของความจริงที่แอบซ่อนอยู่ในตัวเด็กหนุ่มคนนั้น รีวิวซีรีส์ Fatal Seduction ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาระหว่างดูซีรีส์เรื่องนี้ก็คือ “มันมาอีกแล้ว..!” ดูเหมือนจะกลายเป็นพล็อตที่ซ้ำซากจำเจสุด ๆ ที่จะขาดไปไม่ได้เลยในวงการสตรีมมิ่งยุคนี้ เพราะในเมื่อเนื้อหาฉาว ๆ อีโรติกมันขายได้เสมอ ทำให้หนังกับซีรีส์ประเภทนี้ยังมีจุดยืนออกมาได้เสมอ เช่นเดียวกับ Fatal Seduction ที่ในส่วนของบทละครแทบไม่มีอะไรเลย เนื้อหาน่าจะมีอยู่แค่หยิบมือเดียว แต่ดันเอามาเกลี่ยและแผ่ขยายออกมาเป็นซีรีส์เรื่องยาว ต้องขอโทษจริง ๆ ที่ตอนแรกคิดว่า Fatal Seduction น่าจะมีแค่ 7 ตอน..แล้วจบ แต่กลายเป็นว่าที่ดูไปเป็นแค่ครึ่งแรกเท่านั้น นี่คือซีรีส์จำนวน 14 ตอน ที่กลับมองว่าเกินความจำเป็นมาก ๆ เพราะหากนำเนื้อหามาสร้างเป็นหนังสัก 2 ชั่วโมงจบ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่เมื่อผ่านไปครึ่งทางกลับพบว่าซีรีส์ค่อนข้างขับเคลื่อนไปแบบช้า ๆ แก่นสารของบทแทบไม่มีอะไรอ่านต่อ

Burn the House Down

เรื่องย่อ Burn the House Down บอกเล่าเรื่องราวของ แม่ของอันซึ (รับบทโดย เมอิ นากาโนะ) ตกเป็นจำเลยในเหตุเพลิงไหม้เมื่อ 13 ปีก่อน ที่มีสาเหตุมาจากลืมปิดเตาแก๊สในครัวบ้านตัวเอง แม้จะไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย แต่หลังจากนั้นสามีก็หย่ากับเธอ แถมเธอยังคิดโทษตัวเองเจ็บปวดจนล้มป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมโดยสมบูรณ์ ทำให้อันซึวางแผนแก้แค้นเมียใหม่ของพ่อ มากิโกะ (รับบทโดย เคียวกะ ซูซูกิ) ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของแม่ ที่เธอคาดว่าเป็นมือวางเพลิงตัวจริง อันซึจึงปลอมตัวเป็นแม่บ้านเพื่อเข้าไปค้นหาหลักฐาน ทำให้เธอพบความลับในบ้านนั้นมากมาย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามต่อได้ทาง Netflix รีวิวซีรีส์ Burn the House Down ซีรีส์แนวล้างแค้นสัญชาติญี่ปุ่นที่รับชมได้บน NETFLIX เมื่อพูดถึงเรื่องราวการล้างแค้นมันเป็นอะไรที่สร้างความสนุกสนานและความสะใจให้กับผู้รับชมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะในช่วงเริ่มต้นซีรีส์จะพาเราไปรับชมความยากลำบากและความทุกข์ทรมานของชีวิตเหยื่อ หลังจากที่เหยื่อสามารถเอาชีวิตรอดมาได้ก็จะเข้าสู่การแก้แค้นที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานจนทำให้ผู้รับชมอย่างเรามีอารมณ์ร่วมได้เป็นอย่างดี รู้สึกเอาใจช่วยและสะใจทุกครั้งที่เหยื่อสามารถแก้แค้นได้สำเร็จ หากคุณชื่นชอบซีรีส์แนวล้างแค้นเราขอแนะนำซีรีส์เรื่อง BURN THE HOUSE DOWN ซีรีส์สัญชาติญี่ปุ่นบน NETFLIX ที่ได้นักเขียนชื่อดังอย่างโมยาชิ ฟูจิซาวะมาเป็นคนเขียนบท ดังนั้นเรื่องราวจึงเต็มไปด้วยความเข้มข้นและปริศนาที่สลับซับซ้อนจนทำให้คุณหยุดรับชมไม่ได้อย่างแน่นอนอ่านต่อ

Cowboy Bebop

เรื่องย่อ เป็นซีรีส์รีเมกจากการ์ตูนอนิเมะชื่อเดียวกันที่ออกอากาศในปี 1998 แนวแอ็คชั่น ผจญภัยไซไฟ คอมเมดี้ เรื่องราวของแก๊งคาวบอย แก๊งล่าค่าหัวในอวกาศ ได้นักแสดงนำ จอห์น โช, มุสตาฟา ซาเคียร์ และ แดเนียลา พิเนด้า รับบทนักล่าค่าหัวที่มีพื้นเพแตกต่างกัน และร่วมมือกันตามล่าคนร้ายเพื่อรับเงินรางวัล แสดงดีกันทั้งสามคน เคมีเข้ากันทำฮา ขำ แอ็คชั่นก็ลงตัว เป็นซีรีส์จาก Netflix สำหรับคนชอบแนวไซไฟ แอ็คชั่นผจญภัย ว่าแต่จะสนุกแค่ไหน ไปติดตามรีวิวซีรีส์เรื่องนี้กันค่ะ รีวิวซีรีส์ จอห์น โช รับบทเป็น สไปค์ สปีเกล อดีตนักฆ่าฝีมือดี ที่รู้จักกันในนาม เฟียร์เลส Fearless ไร้ซึ่งความกลัว หลายคนคิดว่าเขาตายไปแล้ว หลังเผชิญวิกฤตในชีวิต เริ่มต้นชีวิตใหม่ในชื่อ สไปค์ สปีเกล และร่วมมือกับเจ็ต แบล็ก อดีตตำรวจ ที่ถูกกล่าวหาว่าคอรัปชั่น ล่าหัวคนร้ายเพื่อรับเงินค่าจ้าง เก่งเรื่องการต่อสู้อ่านต่อ

รีวิวซีรีย์ ล่าเสียงมรณะซีซั่น4 Voice 2021

สำหรับหนังหรือซีรีส์ถ้าไม่ดีจริงการสร้างภาคต่อหรือซีซันต่อๆมาก็คงไม่มี แต่ถ้ามีเรื่องไหนที่ยืนระยะมาได้จนมีภาคต่อมาอย่างยาวนานนั่นคืองานนั้นต้องมีดีมีฐานคนดูที่มากพอ  แต่สิ่งที่ตามมาและเป็นราคาที่ต้องจ่ายคือมันจะไปถึงจุดตายที่การหมดมุขเรื่องราวเริ่มวนอยู่ที่เดิม  เพราะการสร้างภาคต่อหรือซีซันต่อนั้นไม่ว่าจะเล่าเรื่องอย่างไรก็ยังต้องคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แล้วสิ่งที่ตามมาคือเรื่องจะไม่พัฒนาไปมากกว่าที่เคยทำให้บางเรื่องวนอยู่กับที่จนสุดท้ายคนดูก็เริ่มหน่าย  ซึ่งสำหรับงานซีรีส์ที่เรียกได้ว่ากลายเป็นตำนานอย่าง Voice ที่ออกเดินทางจากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2017 ที่กลายเป็นของขึ้นหิ้งของวงการที่ใครก็ต้องดู  เมื่อมาครบทั้งความหลอน  จิตตก  และประเด็นทางสังคม  ประกอบกับการแสดงในระดับสวมวิญญาณของอีฮานากับจางฮยอกรวมถึงคนอื่นๆกระทั่งตัวร้ายที่จิตสุดๆมันจึงทำให้งานออกมาลงตัวทุกมิติ รีวิว ล่าเสียงมรณะซีซั่น4 จนสืบทราบมาว่าเซอร์คัสแมนมีถิ่นที่อยู่ที่เกาะบีโมทีมโกลเด้นไทม์จึงต้องไปปฏิบัติภารกิจที่นั่น  แต่แล้วเบาะแสกลับชี้มาที่คังควอนจูเมื่อรูปถ่ายผู้ต้องสงสัยมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับคังควอนจูดั่งฝาแฝดแถมยังมีความสามารถทางประสาทหูเช่นเดียวกัน  คดีนี้จึงสร้างความงุนงงให้กับทั้งเธอเองและสายสืบโจแต่ระหว่างนั้นทีมโกลเด้นไทม์ก็ได้คลี่คลายคดีที่เกิดขึ้นบนเกาะบีโมไปพร้อมๆกับการสืบหาเซอร์คัสแมน แล้วก็พบว่าแท้จริงแล้วเซอร์คัสแมนใช้วิธีหาเหยื่อผ่านเกมเกี่ยวกับการแก้แค้นเซอร์คัส ปิโอเร่ต์ที่พยายามหาเหยื่อที่เป็นเด็กขี้แพ้  เก็บกด  และมีปัญหากับครอบครัวเพื่อสังหารครอบครัวและตัวเด็กไปพร้อมๆกัน  แต่เรื่องก็ไม่ง่ายเมื่อการสืบลึกเข้าไปพบความเกี่ยวพันระหว่างคดีในอดีตที่มีผลต่อชีวิตของสายสืบโจ ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่คราวนี้เห็นชัดมากว่าไม่เรียบเนียสิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชมคือการเล่าเรื่องสานต่อจากจุดจบซีซันที่แล้วที่ลงตัว  และเห็นเป็นความฉลาดในการเล่าเรื่องในซีซันสองสามที่เป็นชิ้นเดียวกันแต่ถูกแบ่ง จึงกลายเป็นว่านี่คือการเดินทางเพียงก้าวที่สามเท่านั้นของเรื่องราวของคังควอนจู และการเล่าเรื่องครั้งนี้คือการสานต่อเรื่องราวได้อย่างน่าทึ่ง  เยี่ยมมากในการที่จะไม่ไปอ้างอิงจากซีซันแรกที่มาไกลแล้ว  และคนดูก็อาจไม่คิดไกลขนาดนั้นแต่ยังเก็บชิ้นส่วนมาใช้ได้อย่างดี  เพราะคนดูเดาไม่ออกว่าจะเล่าเรื่องแบบไหนเมื่อจุดสิ้นสุดในซีซันที่แล้วออกมาหน้านั้น  แต่เมื่อคนเขียนบทยังมีไอเดียมีสารตั้งต้นดีก็เล่าต่อได้อย่างเนียนๆ  เพียงแต่เดาว่าการถ่ายทำในช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังในภาวะโรคระบาดยังไม่คลี่คลายเต็มที่ในตอนนั้น  ได้ส่งผลให้มองเห็นความไม่เนี้ยบในตัวงานต่างจากที่เคยเห็นมาอย่างชัดเจน ซึ่งต้องแยกให้ออกคือในความเป็น Voice ที่เล่าเรื่องของทีมโกลเดนไทม์ที่ต้องคลี่คลายคดีแข่งกับเวลานั้นคดีย่อยๆที่ถูกเล่ายังมีริ้วรอยการหาทางลงง่ายๆ  แม้จะเร้าใจแต่บางครั้งก็เล่าไปข้างหน้าแบบลืมเรื่องหลักไปเป็นเวลานาน  ทำให้เรื่องของตัวร้ายหลักที่เนี้ยบในการปิดซ่อนอย่างเหนือความคาดหมายยากต่อการคาดเดาและมีเรื่องซ้อนเรื่องที่แข็งแรงดีแล้วแต่บางช่วงกลับถูกหลงลืมไปเพราะเรื่องสองส่วนเชื่อมกันไม่ติด  อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของน้ำหนักของเหตุการณ์เหตุและผลของการทำหรือไม่ทำดูเป็นแผลตั้งแต่ต้นจนจบ  การปล่อยทิ้งตัวละครบางตัวไปจนเห็นว่าบทหรือโครงเรื่องก็แน่น  แต่ข้อจำกัดทางด้านเวลาในภาวะโรคระบาดอย่างที่ว่าทำให้การลงรายละเอียดไม่สมบูรณ์  แต่กระนั้นสิ่งที่เป็นคือความเร้าใจและพลังยังแรงสูงในการเดินเรื่องเช่นเดิม  เพราะไม่ว่ายังไงความเป็น Voice ก็คือการเล่นกับเวลาที่ทำให้คนดูตื่นเต้นเร้าใจ แต่ก็ยังมีบ้างที่มีความนวยนาดให้เห็นแต่ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อแค่อาจยังไม่บีบหัวใจจนหยุดดูไม่ได้เหมือนสามซีซันที่ผ่านมาที่ต้องยอมรับว่าคนดูหลายคนดูกันแบบเอาเป็นเอาตาย  แต่พอมาซีซันนี้กลับดูได้สบายๆหยุดดูแล้วมาดูใหม่ก็ไม่ได้สร้างความหงุดหงิด  ทั้งนี้เพราะมีสิ่งที่หายไปเลยที่กลายมาเป็นความต่างนั่นคืออารมณ์หลอน  ความรู้สึกเสียวสันหลังกับบรรยากาศ  ความโหดและความจิตของฆาตกร  และความกล้าทำร้ายจิตใจคนดูในการกำจัดตัวละครหลักที่ทำให้เจ็บปวด  แต่ซีซันนี้ไม่ได้มีครบอย่างที่เป็นกลายเป็นงานสืบสวนที่ดูสนุก  ยังคงมีความเป็น Voice และยังคงฉลาดในการสร้างทางไปต่อที่คงจะยังไม่ถึงทางตันง่ายๆ  แต่คราวนี้มันไม่เนี้ยบอย่างที่เคยเท่านั้น ตัวร้ายที่น่าประทับใจจนกลายเป็นสัญลักษณ์ในทุกเรื่องที่เล่า สิ่งที่ Voice เป็นและเยี่ยมมาตลอดคือการมีตัวร้ายที่น่าประทับใจ  ซึ่งการเลือกเล่าเรื่องในแต่ละเรื่องนั้นพื้นฐานตัวละครมักจะแข็งแรงและมีแบ็คที่แข็งไว้ให้ต่อกรยาก  ที่เหมือนกระชากหน้ากากสังคม VVIP ที่คงมีในสังคมบ้านเขา  เมื่อความรวยจน  ชื่อเสียง อ่านต่อ

รีวิวซีรีย์ล่าเสียงมรณะซีซั่น2 VOICE 2018

ถ้าเลือกได้ดูไปบ่นไปจะดูหนังและซีรีส์ทาง NETFLIX เป็นอันดับแรกด้วยความเสถียรและลื่นกว่าทุกแอปที่มีรวมถึง viu ที่มีข้อจำกัดที่ความคมชัดของภาพยังไม่เท่าไม่ค่อยเสถียร แต่ทั้งนี้ก็ยอมรับอย่างหนึ่งว่าซีรีส์หรือหนังทาง NETFLIX (โดยเฉพาะของเกาหลี) หากไม่ใช่งานตีตรา Original จะค่อนข้างช้า  แอป viu เลยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับซีรีส์ที่ผู้เขียนรอไม่ไหว  แล้วเมื่อตอนนั้นการรอคอยการมาของซีซันที่สองของซีรีส์ในตำนานที่ทั้งหลอนทั้งระทึกดิ่งลึกทางอารมณ์อย่าง Voice คืออาการใจจดใจจ่อ  และแน่นอนว่าปาดหน้าไปลงจอทาง viu ก่อนด้วยผลลัพธ์ที่ระทึกในแบบที่ดูกันยาวๆ  กับงานที่สานต่อความระทึกอารมณ์คุกรุ่นจากเกาหลีที่คราวนี้ไม่มีจางฮยอก รีวิว ล่าเสียงมรณะซีซั่น2 VOICE เปิดหัวที่เหตุการณ์ฆาตกรรมโหดที่มีความเกี่ยวพันกับสายสืบโดคังอู (อีจินอุค) ที่เผยให้เห็นปมในใจแบบรางๆให้น่าสงสัย  ต่อมาเหตุฆาตกรรมอำพรางหัวหน้าทีมปฏิบัติการของหน่วยโกลเด้นไทม์ทำให้เจ้าหน้าที่คังควอนจู (อีฮานา) ที่คราวนี้เป็น ผอ.ศูนย์ เกิดความเคลือบแคลงจึงเข้ามาสืบสวนร่วมกับสายสืบโดคังอูโดยไม่สนว่าสายสืบโดจะมีความน่าระแวงในพฤติกรรมถึงกับตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมสายสืบ  แล้วกลายเป็นว่าเหตุการณ์ฆาตกรรมนั้นก็เกี่ยวพันกับสายสืบโดคังอู ถ้านั่นยังไม่แย่พอเมื่อเป้าหมายการล่าของฆาตกรโรคจิตคือเจ้าหน้าที่ในทีมโกลเด้นไทม์เอง  เมื่ออันตรายคืบคลานเข้าใกล้ทีมมากขึ้นผอ.คังควอนจูจึงไม่มีทางเลือกที่จะเชื่อใจโดคังอูเพื่อเผยโฉมฆาตกรตัวจริงที่อาจเป็นใครก็ได้แม้กระทั่งโดคังอูเอง  เมื่อฆาตกรโรคจิตทำงานอย่างไม่มีช่องโหว่ประสาทสัมผัสทางการฟังที่เหนือมนุษย์ของคังควอนจูจะไขคดีได้อย่างไร เปิดหัวที่เหตุการณ์ฆาตกรรมโหดที่มีความเกี่ยวพันกับสายสืบโดคังอู (อีจินอุค) ที่เผยให้เห็นปมในใจแบบรางๆให้น่าสงสัย  ต่อมาเหตุฆาตกรรมอำพรางหัวหน้าทีมปฏิบัติการของหน่วยโกลเด้นไทม์ทำให้เจ้าหน้าที่คังควอนจู (อีฮานา) ที่คราวนี้เป็น ผอ.ศูนย์ เกิดความเคลือบแคลงจึงเข้ามาสืบสวนร่วมกับสายสืบโดคังอูโดยไม่สนว่าสายสืบโดจะมีความน่าระแวงในพฤติกรรมถึงกับตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมสายสืบ  แล้วกลายเป็นว่าเหตุการณ์ฆาตกรรมนั้นก็เกี่ยวพันกับสายสืบโดคังอู ถ้านั่นยังไม่แย่พอเมื่อเป้าหมายการล่าของฆาตกรโรคจิตคือเจ้าหน้าที่ในทีมโกลเด้นไทม์เอง  เมื่ออันตรายคืบคลานเข้าใกล้ทีมมากขึ้นผอ.คังควอนจูจึงไม่มีทางเลือกที่จะเชื่อใจโดคังอูเพื่อเผยโฉมฆาตกรตัวจริงที่อาจเป็นใครก็ได้แม้กระทั่งโดคังอูเอง  เมื่อฆาตกรโรคจิตทำงานอย่างไม่มีช่องโหว่ประสาทสัมผัสทางการฟังที่เหนือมนุษย์ของคังควอนจูจะไขคดีได้อย่างไร เปิดหัวที่เหตุการณ์ฆาตกรรมโหดที่มีความเกี่ยวพันกับสายสืบโดคังอู (อีจินอุค) ที่เผยให้เห็นปมในใจแบบรางๆให้น่าสงสัย  ต่อมาเหตุฆาตกรรมอำพรางหัวหน้าทีมปฏิบัติการของหน่วยโกลเด้นไทม์ทำให้เจ้าหน้าที่คังควอนจู (อีฮานา) ที่คราวนี้เป็น ผอ.ศูนย์ เกิดความเคลือบแคลงจึงเข้ามาสืบสวนร่วมกับสายสืบโดคังอูโดยไม่สนว่าสายสืบโดจะมีความน่าระแวงในพฤติกรรมถึงกับตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมสายสืบ  แล้วกลายเป็นว่าเหตุการณ์ฆาตกรรมนั้นก็เกี่ยวพันกับสายสืบโดคังอู ถ้านั่นยังไม่แย่พอเมื่อเป้าหมายการล่าของฆาตกรโรคจิตคือเจ้าหน้าที่ในทีมโกลเด้นไทม์เอง  เมื่ออันตรายคืบคลานเข้าใกล้ทีมมากขึ้นผอ.คังควอนจูจึงไม่มีทางเลือกที่จะเชื่อใจโดคังอูเพื่อเผยโฉมฆาตกรตัวจริงที่อาจเป็นใครก็ได้แม้กระทั่งโดคังอูเอง  เมื่อฆาตกรโรคจิตทำงานอย่างไม่มีช่องโหว่ประสาทสัมผัสทางการฟังที่เหนือมนุษย์ของคังควอนจูจะไขคดีได้อย่างไร แต่แม้บทจะมีรอยรั่วบ้างแต่ความเป็น Voice ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่ระทึกยังคงทำงานได้ผล ทุกคดีที่ทีมโกลเด้นไทม์ไขคือลุ้นแข่งกับเวลานาทีต่อนาทีที่ยังเร้าใจแม้ว่าในบางคดีก็หาทางออกง่ายไปและบางคดีก็ไม่ได้เสริมส่งเรื่องหลัก  ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าทีมโกลเด้นไทม์ถูกก่อตั้งมานานพอควรเลยทำให้การทำงานลื่นไหลและมีประสิทธิภาพ  และสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์คือตัวฆาตกรโรคจิตที่ฉลาดและซ่อนความร้ายไว้ใต้รูปลักษณ์ภายนอกได้เนียน  ประกอบกับชั้นเชิงการหลอกล่อคนดูให้หลงไปตามที่บทขุดหลุมพรางไว้ด้วยอารมณ์ไม่เชื่อใจใครได้สักคนยกเว้นคังควอนจูและลูกทีมที่นั่งในสำนักงาน  บทยังคงชี้นำคนดูให้คิดและคาดเดาแล้วหักมุมหักหลังครั้งแล้วครั้งเล่าตามสไตล์  และถ้านั่นยังไม่สาแก่ใจตัวเอกอย่างโดคังอูก็มีพื้นหลังให้น่าสงสัยทำให้เรื่องราวทั้งหมดจัดว่าดี  สนุก  ระทึกขาดแค่อารมณ์อึดอัดและหลอนๆในบรรยากาศเท่านั้น สิ่งหนึ่งที่ต้องชมอีกอย่างของบทคือการไม่รอที่จะเปิดเผยตัวร้ายเพื่อที่จะเล่นประเด็นใหม่ เช่นกันกับซีซันแรกที่เมื่อคนดูรอมานานและเริ่มล้ากับความรู้สึกก็ไม่รีรอที่จะเปิดตัวคนร้าย  ทั้งนี้เมื่อเปิดตัวแล้วกลับส่งผลให้อารมณ์คนดูที่เริ่มล้าและหย่อนลงกลับขมึงตึงขึ้นด้วยการล่อหลอกของคนร้ายกับตำรวจ  และเหมือนกับเป็นลูกล่อลูกชนระหว่างบทกับคนดูที่ได้ผล  แต่ก็ยังดูเหมือนหาทางลงง่ายๆในบทสรุปเมื่อตัวร้ายคล้ายกับตายน้ำตื้นแล้วจบแบบค้างคาเพื่อให้มีต่อมาในซีซันสาม  และโดยรวมของซีซันนี้ถ้าว่ากันที่ภาพรวมและดีกรีความระทึกก็จัดว่าอยู่ในระดับเอาดีได้แม้จะไม่สมบูรณ์แบบเมื่อเทียบกับซีซันแรก  ถ้าวัดเป็นกราฟเส้นกราฟของซีซันแรกจะสูงขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบแต่ซีซั่นนี้เริ่มต้นที่สูงแล้วหย่อนลงตอนกลางและกับพุ่งสูงขึ้นเมื่อเปิดหน้าไพ่สำคัญซึ่งยังจัดว่าน่าพอใจ ข้อมูลเกี่ยกับซีรีย์ ล่าเสียงมรณะซีซั่น2 VOICE ประเภท     แอคชั่น  อาชญากรรม ความลึกลับ ความยาว อ่านต่อ