The Mortal Instruments

เรื่องย่อ The Mortal Instruments เป็นเรื่องราวของ แคลรี่ เด็กสาววัยรุ่นแสนธรรมดาได้ไปเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมสุดประหลาดในไนท์คลับ ทำให้เด็กหนุ่มคนที่ลงมือสังหารประหลาดใจเป็นอย่างมากเพราะความจริงแล้วเธอไม่ควรจะเห็นเขาได้ เนื่องจากเขาเป็นนักฆ่ารัตติกาลที่ทำหน้าที่สังหารปีศาจเพื่อรักษาความสงบให้กับโลกมนุษย์ และโลกที่เขาอยู่นั้นมันอยู่ซ้อนทับกับโลกของเธอ ระหว่างที่เกิดคำถามมากมายเข้ามาในหัว แคลรี่ก็พบว่าแม่ของเธอหายตัวไป เด็กหนุ่งคนนั้นจึงพาเธอไปยังเมืองโครงกระดูก จนได้พบความจริงว่า เชื้อสายของแคลรี่เป็นผู้พิทักษ์ที่ทำหน้าที่กำจัดเหล่าปีศาจและทำให้เธอก้าวเข้าสู่อันตรายที่คาดไม่ถึง รีวิวหนัง The Mortal Instruments นักรบครึ่งเทวดา ดัดแปลงมากจากนิยายของ Cassandra Clare ที่ใช้ชื่อเดียวหรือชื่อไทยว่า นครรัตติกาล ตอน เมืองโครงกระดูก ภาพยนตร์แอ็คชั่น ไซไฟ จากผลงานการกำกับของ ฮาราลด์ ซวาร์ต เรื่องราวของเด็กสาวอายุ 16 ปี ที่ชื่อแคลรี่ (ลิลลี่ คอลลินส์) ซึ่งเห็นการฆาตกรรมในไนท์คลับ จากน้ำมือของเด็กหนุ่มที่มีอาวุธและรอยสักประหลาด แต่กลายเป็นว่ามีเพียงเธอคนเดียวที่พบเห็น และศพที่ถูกฆ่าก็หายไปเฉยๆ แคลรี่ได้เจอกับเด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง รู้ว่าเขาชื่อเจซ (เจมี่ แคมป์เบล โบเวอร์) ซึ่งบอกความจริงแก่เธอว่าเธอไม่ควรเห็นเขา เพราะเขาคือนักฆ่ารัตติกาล ครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพอ่านต่อ

Django Unchained

เรื่องย่อ Django Unchained บอกเล่าเรื่องราวของ เจมี่ ฟ็อกซ์ และ คริสตอฟ วอลซ์ ขอใช้คำกระแดะจากหลักวิทยาศาสตร์ว่า พวกเขามีเคมีที่เข้ากันได้ดีอย่างมาก โดยเฉพาะคนหลังที่คว้าออสการ์ตัวที่สองจากสาขาเดิม (สมทบชายยอดเยี่ยม) เขารับบทเป็น ดร.คิง ชูลซ์ ตัวละครที่คอยพร่ำสอนปลุกปั้นจังโก้ให้เรียนรู้ชีวิตการเป็นนักล่าเงินรางวัล ทั้งยังมีส่วนดันบทพระเอกให้เด่นเจิดจรัสยิ่งขึ้น เรียกได้ว่า คริสตอฟ คือป๋าดันตัวจริงทั้งในและนอกเรื่องของเจมี่เลยทีเดียว …เกือบลืมไปบทของ คาลวิน แคนดี้ (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) และพ่อบ้านสตีเฟ่น (แซมมวล แอล. แจ็คสัน) สามารถเอาคนดูได้อยู่หมัดสุดๆ ขโมยซีนทุกครั้งที่เห็นพวกเขาโผล่เสนอหน้าบนจอหนัง เป็นคู่สร้างสีสันให้กับหนังได้ไม่น้อยเช่นกัน รีวิวหนัง Django Unchained ส่วน ความมันส์ ที่ว่านี้ คือ บทสนทนาที่ยืดยาวแต่ไม่มีความน่าเบื่อเลยสักนิดเดียว ดูแล้วลุ้นไปกับชะตากรรมในอนาคตที่ไม่แน่นอนของฝ่ายธรรมะ จากชั้นเชิงของตัวละครผ่านบทพูดที่กลั่นกรองโดยความคิดแหลมคมของเควนติน ตารันติโน คนเขียนบทและผู้กำกับของเรื่อง แถมท้ายด้วยฉากเลือดสาดตามสไตล์ผู้กำกับหน้ายาว ซึ่งหนังยังคงอุดมไปฉากแอ็คชั่นมันส์เลือดกระฉูดเต็มผนังมาเป็นระยะๆ แน่นอนถ้าหากเลือดในฉากทำมาจากน้ำเฮลบลูบอย ก็พูดได้เลยว่า นี่คือหนังที่หวานหยดย้อยยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าเสียอีกอ่านต่อ

Turbo

เรื่องย่อ Turbo บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าหอยทากเทอร์โบ (ไรอัน เรย์โนลด์ส) ผู้มีความแตกต่างจากหอยทากตัวอื่น เพราะมันเป็นผู้หลงไหลความเร็วและหวังว่าสักวันตัวเองจะเร็วขึ้น พร้อมกับมีความฝันในการเข้าร่วมการแข่งขันอินดี้ 500 กับไอดอลของตัวเอง กาย (บิล ฮาเดอร์) แชมเปี้ยนหลายสมัยของการแข่งขันอินดี้ 500 โดยไม่สนใจฟังคำทัดทานของเชท (พอล เกียแมตติ) ที่ให้เลิกฝันลมๆ แล้งๆ แต่แล้ววันหนึ่งเพราะอุบัติเหตุหรือโชคชะตา ทำให้เทอร์โบได้พลังความเร็วมา และนั่นทำให้มันเริ่มเดินตามฝันของตัวเอง รีวิวหนัง Turbo จะเห็นว่าเรื่องราวใน Turbo จัดว่าเป็นอนิเมชั่นแนวสูตรสำเร็จเลยก็ว่าได้ กับการที่ตัวละครเอกมีความฝันแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยข้อจำกัดบางอย่าง และก็มีเหตุทำให้ได้พลังหรืออะไรบางอย่างที่ทำให้เขาสามารถเดินตามฝันได้ และในเมื่อมันเป็นสูตรสำเร็จมันจึงไม่แตกต่างจากอนิเเมชั่นที่เล่าเรื่องประมาณนี้เรื่องอื่นเลย แต่สิ่งที่น่าสนใจ และอยากรู้ว่าหนังจะพาเรื่องราวไปอย่างไร กับการที่หอยทากผู้มีพลังพิเศษจะต้องไปเข้าแข่งขันกับมนุษย์ ซึ่งเรื่องราวก็นำพาไปสู่เหตุการณ์ที่ทำให้หอยทากได้เข้าแข่งในแบบที่ดูจะยัดเยียดพอสมควร รวมไปถึงการมีมุมบางอย่างที่ทำให้นึกถึงหนังอนิเมชั่นด้านความเร็วของ Pixar อย่าง Cars ขึ้นมา อย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องราวพาไปสู่การแข่งขัน หนังก็สามารถซื้อใจผู้ชมได้สำเร็จกับฉากแข่งรถที่ทำออกมาได้อย่างถึงใจ ที่สามารถสื่อให้เห็นถึงความเร็วและแรงของการแข่งได้เป็นอย่างดี งานภาพในเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้น่าพอใจ งาน 3 มิติอยู่ในระดับมาตรฐานของงานอนิเมชั่นทุกวันนี้ แต่ที่เด็ดที่สุดเห็นจะเป็นการนำเสนอภาพในระดับสายตาของหอยทาก ซึ่งมุมมองแบบนี้เคยมีมาแล้วกับอนิเมชั่น Epicอ่านต่อ