รีวิวหนัง Django Unchained จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน

Django Unchained

เรื่องย่อ Django Unchained

บอกเล่าเรื่องราวของ เจมี่ ฟ็อกซ์ และ คริสตอฟ วอลซ์ ขอใช้คำกระแดะจากหลักวิทยาศาสตร์ว่า พวกเขามีเคมีที่เข้ากันได้ดีอย่างมาก โดยเฉพาะคนหลังที่คว้าออสการ์ตัวที่สองจากสาขาเดิม (สมทบชายยอดเยี่ยม) เขารับบทเป็น ดร.คิง ชูลซ์ ตัวละครที่คอยพร่ำสอนปลุกปั้นจังโก้ให้เรียนรู้ชีวิตการเป็นนักล่าเงินรางวัล ทั้งยังมีส่วนดันบทพระเอกให้เด่นเจิดจรัสยิ่งขึ้น เรียกได้ว่า คริสตอฟ คือป๋าดันตัวจริงทั้งในและนอกเรื่องของเจมี่เลยทีเดียว …เกือบลืมไปบทของ คาลวิน แคนดี้ (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) และพ่อบ้านสตีเฟ่น (แซมมวล แอล. แจ็คสัน) สามารถเอาคนดูได้อยู่หมัดสุดๆ ขโมยซีนทุกครั้งที่เห็นพวกเขาโผล่เสนอหน้าบนจอหนัง เป็นคู่สร้างสีสันให้กับหนังได้ไม่น้อยเช่นกัน

Django Unchained

รีวิวหนัง Django Unchained

ส่วน ความมันส์ ที่ว่านี้ คือ บทสนทนาที่ยืดยาวแต่ไม่มีความน่าเบื่อเลยสักนิดเดียว ดูแล้วลุ้นไปกับชะตากรรมในอนาคตที่ไม่แน่นอนของฝ่ายธรรมะ จากชั้นเชิงของตัวละครผ่านบทพูดที่กลั่นกรองโดยความคิดแหลมคมของเควนติน ตารันติโน คนเขียนบทและผู้กำกับของเรื่อง แถมท้ายด้วยฉากเลือดสาดตามสไตล์ผู้กำกับหน้ายาว ซึ่งหนังยังคงอุดมไปฉากแอ็คชั่นมันส์เลือดกระฉูดเต็มผนังมาเป็นระยะๆ แน่นอนถ้าหากเลือดในฉากทำมาจากน้ำเฮลบลูบอย ก็พูดได้เลยว่า นี่คือหนังที่หวานหยดย้อยยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าเสียอีก

Django Unchained

และสุดท้ายความ กวนทีน ที่เอ่ยไปนั้น คือ มุขตลกร้ายในเรื่องราวที่สุดคาดเดาและพลิกผันได้ตลอดเวลา หรือสั้นๆ คือ มันแสนจะ “เซอร์ไพรส์” นั่นแหละ เอาเป็นว่าใครที่จำฉากนาฬิกามรดกตกทอดประจำตระกูลอันมีคุณค่าทางจิตใจต่อ บรูซ วิลลิส ในหนัง Pulp Fiction อีกหนึ่งผลงานใส่พานขึ้นหิ้งของเควนติน ที่สุดท้ายเฉลยว่า มันเคยถูกเก็บซ่อนไว้ในรูตูดแล้วล่ะก็ ในหนังจังโก้ ก็มีฉากตบหน้าเราแบบนั้นไม่ต่างกันเลย

Django Unchained

นอกเหนือจากลีโอนาร์โดพลิกเล่นร้าย รวมถึงที่ได้เห็นบิ๊กปิกาจู้ของ เจมี่ ฟ็อกซ์ เต็มๆ สองตาแล้ว Django Unchained ยังมีบิ๊กเซอร์ไพรส์อีกเพียบตามเสิร์ฟคนดูตลอดความยาวเกือบๆ 3 ชั่วโมง พูดไปจะหาว่าสปอยล์ ไม่อยากจะบอกเลยว่า ตอนจบ…มันส์มาก จะว่าไปแล้วความดีความชอบทั้งหลาย คงต้องยกให้บทหนังจังโก้ของเควนตินนี่แหละ กุญแจสำคัญที่ทำให้หนังพล็อตเรื่องเชยๆ แนวคาวบอยกับการล่าค่าหัวให้สามารถมีความสดใหม่ในเรื่องราวเดิมๆ ได้

Django Unchained

ซึ่งก็เหมาะสมแล้วกับการคว้ารางวัลออสการ์บทยอดเยี่ยมมาครอง ชนะ Flight หนังเต็งรางวัลสาขานี้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบทหนังที่มีความลึกและซับซ้อนของคาแรกเตอร์ตัวละครมากที่สุดเรื่องนึง รวมถึงมีชัยเหนือหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมอย่าง Amour ด้วยสุดท้ายแล้ว เชื่อว่า Django Unchained (จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน) คงจะขึ้นแท่นหนังคลาสสิคในไม่ช้า เทียบชั้นกับ High Noon, The Good the Bad and the Ugly รวมถึง Unforgiven ของ คลิ้นต์ อีสต์วูด ได้ไม่ยากเย็น ซึ่งนับว่า ผลงานของอีตาเควนตินเรื่องนี้

Django Unchained

เป็นหนังคาวบอยที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปีเลยทีเดียว หลังจากหนังแนวตะวันตกของปู่คลิ้นต์คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์เมื่อปี 1992 ถ้าดูความยาวของหนัง ‘จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน’ กันจริงๆ แล้ว 165 นาทีนับว่ายาวพอสมควรเลย แต่หนังของเควนตินก็ผสมผสานไปด้วยมุขตลกที่หยอดมาเรื่อยๆ ส่วนการยิงกันเลือดสาดดูเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ขณะที่แง่มุมโรแมนติดแทบจะไม่ได้เห็น แต่แง่ของการหักมุมไปมาเล็กๆ น้อยๆ ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง ผมว่าหนังทำออกมาได้ดีเลยล่ะ ดูแล้วคุ้มค่า แม้จะไม่ค่อยชอบใจนักในการแก้แค้นกันด้วยกระสุนก็ตาม

Django Unchained

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง

  • ชื่อเรื่อง: Django Unchained จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน
  • ประเภท: ดราม่า / ผจญภัย / ตะวันตก
  • นำแสดงโดย: เจมี ฟ็อกซ์, คริสตอฟ วอลซ์, ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, เคอร์รี วอชิงตัน, ซามูเอล แอล. แจ็คสัน
  • ผู้กำกับ: เควนติน ทารันติโน
  • ความยาว: 2 ชั่วโมง 45 นาที
  • วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 14 มีนาคม 2013

Django Unchained

ตัวอย่างหนัง Django Unchained จังโก้ โคตรคนแดนเถื่อน