Lift

เรื่องย่อ Lift ปล้นเหนือเมฆ เล่าปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรที่ตำรวจสากลต้องการตัวเป็นอย่างมาก นำทีมโดย ไซรัส ที่ต้องโคจรมาพบกับ แอบบี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงและแฟนเก่าของเขา ด้วยการร่วมมือกับพยายามหาทางขโมยทองคำแท่งมูลค่ามหาศาลมาจากเจ้าพ่อผู้มั่งคั่งอิทธิพล ที่มักจะถูกขนย้ายด้วยเครื่องบิน 777 ที่พวกเขาจะต้องลงมือระหว่างมันโบยบินอยู่เหนือฟากฟ้า พร้อมกับเดิมพันที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด นี่คือผลงานล่าสุดของ “เฟลิกซ์ แกรี่ แกรี่” ผู้กำกับผิวสีหวนกลับมาจับงานสร้างหนังแอคชั่นโจรกรรมสไตล์ถนัดของเขาอีกครั้ง เพียงแต่ว่านับตั้งแต่ผลงานโจรกรรมมาสเตอร์พีชของเขาอย่าง The Italian Job หรือ Be Cool ออกฉาย มันก็ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีได้แล้ว ทำให้สูตรสำเร็จและแนวทางขับเคลื่อนแนวทางหนังของเขาที่ใส่เขามาในเรื่องนี้ ค่อนข้างจะเชยและเห่ย ไม่ต่างกับกำลังนั่งดูหนังเมื่อ 20 ปีก่อนอะไรทำนองนั้นเลย รีวิวหนัง Lift ปล้นเหนือเมฆ กลายเป็นว่า Lift ปล้นเหนือเมฆ ก็ออกมาเป็นเพียงหนังปล้นทั่ว ๆ ไป ไม่ได้มีอะไรหวือหวาและชวนตื่นตาตื่นใจเล องค์ประกอบต่าง ๆ ของหนังเหมือนหยิบยืมมาจากหนังโจรกรรมในช่วง 2 ทศวรรษอ่านต่อ

เรื่องย่อ The Beekeeper เป็นเรื่องราวของ อดัม เคลย์ ชายวัยเกษียณที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายโดยการเลี้ยงผึ้ง แต่แล้วความสงบสุขของเขาก็ถูกทำลาย เมื่อป้าข้างบ้านที่เขาไว้ใจเพียงหนึ่งเดียวได้ทำการจบชีวิตตัวเองลง เพราะตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซนเตอร์ต้มตุ๋น จากชายเลี้ยงผึ้งธรรมดา อดัมต้องสวมตัวตนในอดีตของเขาอีกครั้ง ในนาม บีคีปเปอร์ เพื่อทำภารกิจล่าแค้นส่วนตัวและสาวไส้องค์กรลับ งานนี้จัดเต็มทุกกระสุน รวมมิตรทุกแรงกระแทก ไร้ความปรานีจนกว่าจะลากคอผู้ที่อยู่เบื้องหลังแก๊งชั่วนี้ให้ได้ รีวิวหนัง The Beekeeper นี่คือผลงานล่าสุดของอีกหนึ่งผู้กำกับขาบู๊ประจำวงการ “เดวิด เอเยอร์” หลังจากที่วุ่น ๆ ไปหยิบจับทำหน้าฮีโรมาได้อยู่หลายปี เขาก็พยายามหาทางกลับมาสู่เส้นทางหนังแอคชันทริลเลอร์แนวที่คุ้นเคยอีกครั้ง ผลงานเรื่องก่อนหน้า อย่าง The Tax Collector ก็จะไม่ถูกจริตนักวิจารณ์เท่าไหร่ แต่เมื่อมาแก้มือใน The Beekeeper เรื่องนี้ ต้องบอกเลยว่า เดวิด เอเยอร์ คัมแบ็กกลับมาแล้ว เขาหาทางกลับมาได้จริง ๆ แม้ว่าจะเป็นการคัมแบ็กจากหลุมเดิมที่ฝังเขา แต่ก็ใช่ว่า The Beekeeper จะเป็นหนังที่สมบูรณ์แบบอะไร เพราะนี่คือการจับวางสูตรสำเร็จของหนังบู๊ทรงเดิมอ่านต่อ

Society of the Snow

เรื่องย่อ Society of the Snow เป็นเรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเดือนตุลาคม ปี 1972 เมื่อเที่ยวบินที่มีผู้โดยสาร 40 คนกับลูกเรืออีก 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นทีมนักกีฬารักบี้ที่ออกเดินทางมาจากอุรุกวัย เพื่อไปยังเมืองซานติเกโอของชิลี แต่ระหว่างที่เครื่องบินกำลังทำการบินข้ามเทือกเขาแอนดิส ได้ประสบเหตุขัดข้องและตกลงกลางหุบเขา ผู้โดยสารบางส่วนยังรอดชีวิต แต่พวกเขากลับต้องติดอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รีวิวหนัง Society of the Snow เชื่อว่าถ้าคุณชอบการดูสารคดีก็น่าจะเคยได้เห็นและได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวของโศกนาฏกรรมจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ เพราะนี่ถือว่าเป็นหนึ่งในภารกิจติดตามค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกที่ยากเย็นที่สุดในโลกที่ได้รับการบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ โดยผู้กำกับชื่อดังสเปน “เจ.เอ. บาโยนา” (จาก Jurassic World: Fallen Kingdom) มารับหน้าที่กำกับและร่วมเขียนบทหนังดราม่าสุดทรหดเรื่องนี้ออกมาได้เกินจะบรรยาย แน่นอนว่าเราสามารถไว้วางใจงานสร้างของ เจ.เอ. บาโยนา ได้อยู่ เขาสามารถสรรค์สร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ ด้วยการสร้างและจำลองสถานการณ์ในเหตุการณ์ที่รันทดและหดหู่บีบคั่นอารมณ์คนดูได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นี่เป็นหนังที่มีความยาว 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ที่เต็มไปด้วยความระทึกใจและความสะเทือนใจปะปนกันไปทุก ๆอ่านต่อ

Foe

เรื่องย่อ Foe เป็นเรื่องราวของ เฮน กับ จูเนียร์ คู่รักชาวไร่ที่อาศัยอยู่ที่บ้านไร่ที่อยู่ห่างไกลจากผู้คน อันเป็นบ้านและพื้นที่ไร่เก่าแก่ที่สืบทอดมาจากต้นตระกูลของจูเนียร์ แต่ระหว่างที่พวกเขาใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบเงียบ ๆ การปรากฏตัวของชายแปลกหน้าที่เคาะประตูบ้าน พร้อมกับยื่นข้อเสนอที่ชวนสับสนในใจ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ผิดแผกต่างออกไป นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกผู้กำกับ “การ์ธ เดวิส” มาหยิบจับหนังแนวไซไฟ แต่ยังผสมผสานกลิ่นอายความดรามาแนวถนัดของเขาอยู่ ผลงานชิ้นนี้เขารับหน้าที่ทั้งกำกับและร่วมเขียนบทด้วย ซึ่งเป็นการดัดแปลงมาจากนิยายแนวไซโคไซโคของ “เอียน รีด” ที่เขาคนนี้ก็ยังมาช่วยเขียนบทหนังให้ด้วย แต่น่าเสียดายที่จุดด้อยของเรื่องนี้กลายเป็นโครงสร้างบทและพล็อตเรื่องที่ค่อนข้างแปลกประหลาดไปสักหน่อย รีวิวหนัง Foe ความพยายามร้อยเรียงเรื่องราวออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ที่ว่าเป็นปัญหาหลักที่ต้องเผชิญ กลายเป็นกว่าร้อยนาทีของหนังต้องพานพบกับไดอะล็อกที่น่าพิศวงเต็มไปหมด เป็นองค์ประกอบที่ไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอยกับเนื้อหาเท่าไหร่ ถึงจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่อยากจะสื่อสารออกมา แต่กลับปัญหาที่เกิดขึ้นกับทำลายความกลมกล่อมเหล่านั้นไปอย่างน่าผิดหวัง เหมือนว่า Foe จะไม่ใช่หนังที่ดูยากเย็นอะไร เพียงแต่การจัดลำดับร้อยเรียงออกมาค่อยข้างขรุขระ ที่ต้องมีการตีความและขยายความจากคนดูต่อ มันกลายเป็นกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นมากั้นระหว่างตัวหนังกับคนดูไปแทน หากใครที่เข้าไม่ถึงตัวหนัง เพียงแค่ไม่นานก็จะทิ้งช่วงห่างออกไป เหมือนหลุดออกจากแนวโคจรไปเลยก็ว่าได้ แต่กลายเป็นว่าสิ่งหนึ่งที่มาช่วยประคับประคองหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้อย่างมั่นคงก็คือการแสดง “เซอร์ชา โรแนน” กับ “พอล เมสคัล” นับว่าเป็นการจับคู่ปล่อยพลังแอคติ้งที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าบทหนังกับไดอะล็อกจะประหลาดไม่หน่อยก็ตาม แต่พวกเขาก็รับหน้าที่และทำหน้าที่ทางการแสดงของตัวเองออกมาได้อย่างทรงพลังที่สุดเซอร์ชา โรแนนอ่านต่อ

Anyone But You

เรื่องย่อ Anyone But You เป็นเรื่องราวของ บี กับ เบน ที่ภาพภายนอกดูเหมือนพวกเขาจะเป็นคู่รักที่เหมาะสมกัน…แต่หลังจากการเดทครั้งแรกสุดแซ่บบบของทั้งคู่มันเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้ทั้งสองคนเกลียดขี้หน้ากันเจอกันมีฟาดฟันทางวาจาและสายตาที่จิกกัดตลอด แต่ไม่ว่าจะเพราะความซวยหรือดวงสมพงษ์ของทั้งสอง หลังจากที่พยายามเลี่ยงกันแล้ว แต่ก็ไม่พ้น พวกเขาต้องกลับมาเจอกันแบบกลอกตาบนเพราะสถานการณ์บังคับเมื่อต้องมาร่วมงานแต่งงานสุดอลเวงริมทะเลแสนโรแมนติกในออสเตรเลีย ตำนานพ่อแง่แม่งอนตัวเฟคจึงได้บังเกิดขึ้น รีวิวหนัง Anyone But You นี่คือการกลับมาทำหนังแนวโปรดปรานของผู้กำกับหนุ่ม วิล กลัค อีกครั้ง หลังจากที่ช่วงหลัง ๆ หันไปสนุกกับการสร้างหนังแฟนตาซีเด็ก ๆ เยอะไปเสียหน่อย จนเราเกือบลืมไปแล้วว่าเขาแจ้งเกิดมาจาก Easy A หรือ Friends with Benefits ที่ก็นับว่าการมาจับหนังรอมคอมอีกครั้งในรอบกว่าสิบปีครั้งนี้ อะไร ๆ มันก็จะดูลงตัวและไหลลื่นดียิ่งขึน วิล กลัค ยังร่วมรับหน้าที่ขัดเกลาบทหนังเรื่องนี้ ร่วมกับนักเขียนบทหน้าใหม่ “ไอลานา วอลเพิร์ต” ที่ถือว่าหนังเรื่องนี้เคยการเขียนบทหนังใหญ่เรื่องแรกของเธอด้วย ก็คงจะต้องบอกว่าบทหนังค่อนข้างจะเฉิ่มและเชยแบบสุด ๆ ไปเลย แต่ความที่หนังสิ่งต่างอ่านต่อ