My Bossy Girl

เรื่องย่อ My Bossy Girl เรื่องนี้เป็นงานภาพยนตร์ครั้งแรกของ อีเอลลียา สาวหน้าสวยที่มักได้รับบทนางรองสายร้าย คราวนี้ได้พลิกบทมาเป็นนางเอกครั้งแรก แฟนๆที่ชื่นชอบความงามและฝีมือของเธอ คงได้สมหวังกับบทสาวสวยคนแกร่ง เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่จะสยบผู้ชายได้อยู่หมัด แม้จะแค่นั่งเฉยๆบนวีลแชร์! ส่วน จีอิลจู หนุ่มมากฝีมือ ที่ชีวิตจริงเป็นทั้งนักแสดงและผู้กำกับดาวรุ่ง ส่วนใหญ่เขามักจะได้บทซ่อนร้ายแฝงความจิต ซึ่งแสดงได้เนียนดีมาก เรื่องนี้เขาก็พลิกบทบาทเช่นกัน มาเป็นหนุ่มน้อย เนิร์ดใสๆน่ารัก ก็น่ามองไปอีกแบบ รีวิวหนัง My Bossy Girl ฮันฮวีซอ (รับบทโดย จีอิลจู) เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ เก่งงานเครื่องกล บ้านเขาเป็นร้านขายและซ่อมจักรยาน พ่อแม่ก็อยากให้เขามีแฟน เพราะเห็นความเนิร์ดเอาแต่เรียนของลูกแล้วเป็นห่วง นอกจากนี้ยังอ่อนหัดทั้งเรื่องแอลกอฮอล์และผู้หญิง เขามีเพื่อนสนิทร่วมคณะที่สุดเกรียน คือ กิลยงแท (รับบทโดย ฮอจองมิน) ผู้มีฝันอยากเป็นด็อกเตอร์ และ ชางกิล (รับบทโดย คิมกีดู) ผู้มุ่งมั่นกับโปรเจคท์หุ่นยนต์ AI ชาวแก๊งค์นี้มั่นหน้ามากว่าเด็กวิศวะแบบพวกเขาเทพทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องยากเรื่องเดียว คือการมีแฟนอ่านต่อ

Crazy Romance

เรื่องย่อ Crazy Romance เรื่องรอมคอมของคนทำงานในวัย 30 กว่า ให้ดูน่าเชื่อในชีวิตจริง ตัวละครพื้นๆ ชีวิตธรรมดาๆ เรื่องราวที่ดูเหมือนไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อน แต่กลับจี๊ดจ๊าดได้ พวกเขาต่างก็มีแฟน มีคนรักของตัวเอง และต่างก็เพิ่งเจอปัญหาความรักมา ไม่ได้โลกสวย ฝ่ายพระเอกถึงขั้นวิวาห์ล่มคางาน ว่าที่ภรรยาหนีหายตัวไปรักชายอื่น ปล่อยว่าที่เจ้าบ่าวต้องทุกข์ตรมเมาเดียวดายทุกคืน ฝ่ายนางเอกแฟนนอกใจ แถมกล่าวหาเธอว่าเป็นเพราะเธอนอกใจเขาด้วย แต่ก็ยังกลับมาวอแววุ่นวายกับเธอ ดื้อด้านตัดไม่ขาด พลอยทำให้ชื่อเสียงเธอเสียหายอยู่ร่ำไป อดีตชีวิตรักกับแฟนคนก่อนๆของเธอก็ไม่ได้สวยงาม จึงเป็นการเริ่มต้นที่พระนางซึ่งไม่ต้องใสๆก็ได้ รีวิวหนัง Crazy Romance ทั้งคู่ก็ยังต้องทำมาหากิน ก็เลยต้องมีชีวิตปกติธรรมดา แต่เพราะเธอเป็นพนักงานใหม่ในบริษัทเดียวกับเขา ความสัมพันธ์ใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น แต่แบบไหนต้องไปตามดูกัน เลิฟไลน์ของคนวัย 30 กว่า คนที่มีชีวิตผ่านประสบการณ์ความรักมาเยอะแล้ว การเจอกันครั้งแรกในที่ทำงาน ย่อมต้องมีฟอร์ม ปล่อยมุมแง่งๆกันบ้าง เรื่องนี้หยิบจับสถานการณ์ทุกข์มาพลิกให้เป็นสุขเป็นฮา เรียกได้ว่า สร้างโอกาสบนวิกฤติ สถานการณ์ที่สปาร์คความสัมพันธ์ของพระนาง คือ ผลพวงการเมาเหล้า เมาทีไรได้เรื่อง หายเมาเป็นอีกเรื่อง แบบกึ่งหยอกกึ่งจริง เป็นมุมซึนเดเระของทั้งพระนางอีกแบบที่น่ารักดีอ่านต่อ

Hellboy

เรื่องย่อ Hellboy หนังเล่าถึง Hellboy David Harbour ซูเปอร์ฮีโร่สีแดงที่มีสายเลือดครึ่งมนุษย์คือปิศาจนรกที่มีภารกิจปราบปิศาจยักษ์ที่กำลังอาละวาดและราชินีแห่งความแค้น นีเมีย Milla Jovovich และการเผชิญหน้ากันของทั้งสองฝ่ายก็ทำให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นสมรภูมินรก และความหวังของมวลมนุษย์ก็ขึ้นอยู่กับมนุษย์ครึ่งปิศาจนรกอย่าง Hellboy2019 คือภาพยนตร์ Reboot มาสร้างใหม่ก็เลยทำให้โครงเรื่องค่อนข้างเหมือนเก่า แต่เพิ่มชาติกำเนิดของพระเอกให้มีมากขึ้นจากเดิมคือเป็นลูกปิศาจนรก เพิ่มชาติกำเนิดสืบสาวตระกูลยาวไปยันกษัตริย์อาเธอร์นู่น และพยายามทำให้หัวข้อเรื่องอดีตชาติกำเนิดเป็นMainหลักในการเดินเรื่อง รีวิวหนัง Hellboy หนังวางธีมและพล็อตเรื่องมาเป็นอย่างดี พยายามใส่ปมดราม่าพ่อลูกมาให้คนดูได้สัมผัส แต่มันกลายเป็นตัวหนังทำออกมาไม่ราบรื่น เดินเรื่องแบบเละเทะพอสมควร เดี๋ยวขาดเดี๋ยวเกิน โดยเฉพาะอารมณ์ของตาเฮลล์บอยที่แปรผันตลอดเวลาเห็นแล้วคนดูแบบผมตามไม่ทันเลย แม้ว่าหนังจะพยายามบิ้วให้คนดูคล้อยตามหรือซึ้งไปกับปมพ่อลูก แต่กลับไม่ได้ผลเท่าไหร่ ส่วนเรื่องของตัวละครหลักอย่าง Hellboy ถ้าลองเปรียบเทียบกับภาคก่อน คือภาคนี้ไร้กึ๋นพอสมควร ความเท่ความเฉียบคมในเวอร์ชั่นก่อนหายไปหมด หนังไม่ให้ความสำคัญกับพลังของ Hellboy เลยด้วยซ้ำ ไม่ได้บอกที่มาที่ไปว่าเขามีพลังอะไรและสามารถทำอะไรได้บ้าง และไคลแมกซ์ของภาพยนตร์คือ Power of Weapon ของ Hellboy ก็กลับไม่อวดหรือโชว์ประสิทธิภาพเลย บอกตามตรงหากเห็นอะไรที่มีความน่าสนใจจากตัวอย่าง ก็มีเท่านั้น ไม่มีอะไรนอกเหนือจากตัวอย่าง และการเอามิลล่า โจโววิชอ่านต่อ

The Farewell

เรื่องย่อ The Farewell เรื่องราวเกี่ยวกับบิลลี่ นักเขียนสาวอเมริกันเชื้อสายจีน ที่ได้ทราบข่าวจากพ่อแม่ของเธอว่า ย่าของเธอที่อยู่ที่จีนนั้นป่วยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายและมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ครอบครัวจึงจัดงานเลี้ยงรวมญาติขึ้น โดยที่ทุกคนต่างปิดเป็นความลับไม่ให้ย่าได้ล่วงรู้ถึงอาการของตน บิลลี่ที่ไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรม กำลังจะได้เรียนรู้วิถีชีวิต ความสัมพันธ์ ความต่างระหว่างโลกตะวันตก โลกตะวันออก และความหมายที่แท้จริงของคำว่า ครอบครัว รีวิวหนัง The Farewell จากที่ได้ดูตัวอย่างและอ่านเรื่องย่อแล้วสัมผัสได้ว่าหนังต้องดราม่าแน่ๆ แต่ไปดูก็ผิดคาดเล็กน้อย ตัวหนังเองเล่าเรื่องครอบครัวได้อิ่มเอมหัวใจมากๆ ตั้งแต่เปิดเรื่องและกล้าเรียกได้ว่าตลอดเรื่องเป็นหนังสะท้อนสังคมของคนจีนได้ดีที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง ขณะดูถ้าเราเป็นหลานคนนึงเหมือนบิลลี่ที่รักอาม่ามากแต่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมของครอบครัวว่าทำไปทำไม เราก็จะรู้สึกอินมากๆ และได้หาคำตอบไปกับหนังไปเรื่อยๆ แบบไล่ระดับความรู้สึก ทั้งความรุ้สึกมวลๆ ท้อง หรือรู้สึกตลกแบบธรรมชาติของหนัง สิ่งเหล่านี้อาจจะตรงกับใครหลายๆ ครอบครัวเลย หนังเล่าเรื่องวัฒนธรรมความต่างของสองวัฒนธรรมแบบเห็นได้ชัดผ่านความคิดความอ่านของแต่ละคน สิ่งเหล่านั้นทำให้ตกตะกอนได้เยอะมากยิ่งพฤติกรรมบางอย่างถ้าเป็นเรา เราจะเลือกโกหกเพื่อคนที่รักมั้ย โกหกคนในครอบครัวเพื่อไม่ให้เขาเป็นห่วงเราได้หรือป่าว ถ้าเป็นเราจะแบกรับความรู้สึกได้มากน้อยแค่ไหน หนังเรื่องนี้เป็นหนังครอบครัวมากๆ เพราะเราได้เรียนรู้ไปกับตัวละครหลัก เป็นหนังที่สนุกสำหรับคนที่ชอบคิดตามหนัง อีกทั้งยังมีกิมมิกซ่อนไว้ ทั้งองค์ระกอบภาพต่างๆ ที่แสดงออกมาเล่าเรื่องบอกเลยว่าดี หนังอาจจะไม่ได้เป็นหนังในกระแสอะไร ใครที่อาจจะดูหนังที่สนุกตื่นเต้นแบบว้าวทั้งเรื่องอาจจะผิดหวังนิดหน่อย แต่นักเขียนเชื่อว่าคนที่มีประสบการณ์ร่วมกับหนังเรื่องนี้ต้องประทับใจแน่นอน เตรียมทิชชู่ไปด้วยนะ ใครเห็นรีวิวว่าดีแล้ว อยากรู้ว่าดีจริงมั้ย ต้องลองไปหาเวลาเข้าไปรับชมกันนะคะอ่านต่อ

Jojo Rabbit

เรื่องย่อ Jojo Rabbit เล่าเรื่องของ โจโจ้ หนุ่มน้อยชาวเยอรมันที่มีเพื่อนในจินตนาการเป็น อดอลฟ์ ฮิตเลอร์ ผู้เป็นเหมือนต้นแบบชีวิตของเขา โจโจ้ ทุ่มเททั้งกายและใจให้กับนาซี เข้าฝึกฝนในการเป็นยุวชนฮิตเลอร์ที่ต้องผ่านบททดสอบมากมาย แต่แล้วอุดมการณ์ที่เคยแสนมั่นคงก็ถูกทดสอบ เมื่ออยู่ๆ วันหนึ่งเขาได้พบกับหญิงสาวชาวยิวที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้หลังคาจากความช่วยเหลือของแม่ตนเอง แม้แรกเริ่ม โจโจ้ ต้องการจะกำจัดเธอออกไปเพราะคำสั่งสอนที่ถูกปลูกฝังจากนาซี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็ได้พบความจริงหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับชาวยิว ค่อย ๆ ได้รับสารจากฝั่งอื่นที่ทำให้เขาต้องชั่งน้ำหนัก จนเกิดเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ และมิตรภาพต่างชาติ และวัยที่ทำให้ได้เรียนรู้ และเข้าใจโลกใบใหญ่ที่เขาอาศัยอยู่นี้มากยิ่งขึ้น รีวิวหนัง Jojo Rabbit หนังพาเราไปพบกับโลกของนาซีในเยอรมันช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านมุมมองอันไร้เดียงสาของเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมากับสภาพแวดล้อม และการถูกปลูกฝังให้จงรักภักดีในชาติของตนเอง การเข้าร่วมเป็นหนึ่งในนาซีคือความยิ่งใหญ่ กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตที่พวกเขาเต็มใจฝ่าฟัน และพยายามไม่ต่างจากความฝันที่มนุษย์ทุกคนมี สิ่งที่น่าสนใจคือหนังเข้มข้นในเรื่องนี้ด้วยการพูดถึงบริบทล้อมอย่างตรงไปตรงมาผ่านเหล่าตัวละครผู้ใหญ่ที่ช่วยเติมเต็มโลกของหนังให้ชัดเจนขึ้น ทั้งการพูดถึงยิว ฮิตเลอร์ อุดมการณ์ และชุดความคิดต่างๆ ที่ค่อยๆ ซึมซับเหล่าเด็กๆ ที่เชื่อและคิดในแบบนั้น แม้ว่าวิธีสื่อสารดังกล่าวจะออกมาในรูปแบบที่ตลกหรรษา แต่ก็เพราะความเฮฮาของมันนี่แหละที่แสนน่ากลัว แนบเนียนไปกับชีวิตของเด็กๆ รวมถึงประเด็นเนื้อแท้ของหนังอย่างน่าสนใจอ่านต่อ